กรมควบคุมโรคยืนยัน วัคซีนแอสตราฯ ปลอดภัย

กรมควบคุมโรคยืนยัน วัคซีนแอสตราฯ ปลอดภัย

วัคซีนโควิด-19 ภายหลังจากมีกระแสข่าวว่าวัคซีนโควิด-19 ของ บริษัท แอสตร้าเซนเนก้า มีความเชื่อมโยงกับกับภาวะลิ่มเลือดอุดตัน จนทำให้หลายประเทศทั่วโลกประกาศระงับการฉีดวัคซีนดังกล่าวไปแล้วนั้น ล่าสุด กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ออกมาแถลงการณ์ยืนยันความปลอดภัยของวัคซีน จากบริษัท แอสตราเซเนกา

กลุ่มเสี่ยงอายุ 60 ปีขึ้นไป จากผลการสอบสวนกรณีที่มีผู้เสียชีวิตหลังจากได้รับวัคซีน ที่ประเทศเดนมาร์ก พบว่าไม่ได้มีสาเหตุมาจากวัคซีนแต่อย่างใด สำหรับประเทศไทย โดยคณะกรรมการด้านวิชาการ ตามพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2558 เห็นควรให้มีการฉีดวัคซีนให้กับประชาชนกลุ่มเสี่ยงอายุ 60 ปีขึ้นไป ในจังหวัดเป้าหมายตามแผนกำหนดการเดิมต่อไป

กรมควบคุมโรคยืนยัน วัคซีนแอสตราฯ ปลอดภัย 02

แอสตร้าเซนเนก้า และได้ทำการฉีดวัคซีนโควิด-19 ของแอสตร้าเซนเนก้า ให้กับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรี 17 ท่าน ไปแล้ว เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน

ลดการป่วยรุนแรงและการเสียชีวิต โดยคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ ได้จัดตั้งคณะอนุกรรมการอำนวยการบริหารจัดการการให้วัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2564 ที่ผ่านมา โดยมีนายแพทย์โสภณ เมฆธน ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธาน โดยมีเป้าหมายเพื่อลดการป่วยรุนแรงและการเสียชีวิต รักษาความมั่นคงระบบสุขภาพ ลดความเสี่ยงในการแพร่กระจายเชื้อ และรักษาความมั่นคงทางเศรษฐกิจและสังคม

รับรองความปลอดภัย ก่อนที่วัคซีนจะได้รับการอนุญาตให้ใช้จริงนั้นต้องผ่านการทดลองในมนุษย์ เพื่อให้แน่ใจว่าได้ผลและไม่มีผลข้างเคียงรุนแรง สำหรับวัคซีนของ บริษัท แอสตร้าเซนเนก้า ได้ผ่านขั้นตอนนั้นแล้ว และได้รับการรับรองความปลอดภัย จากหน่วยงานกำกับดูแลด้านยาและผลิตภัณฑ์สุขภาพของสหราชอาณาจักร สหภาพยุโรป และองค์การอนามัยโลก รวมถึงประเทศอื่นๆกว่า 70 ประเทศทั่วโลกด้วย

การบริหารจัดการวัคซีน ทางด้าน นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า ในการบริหารจัดการวัคซีนโควิด-19 ในประเทศไทย มีการแบ่งกลยุทธ์ออกเป็น 5 ด้านหลัก ๆ ได้แก่ 1.สื่อสารสาธารณะ สร้างความรู้ ความเข้าใจประชาชน 2.จัดบริการที่มีคุณภาพครอบคลุมกลุ่มประชาชนเป้าหมายอย่างรวดเร็ว 3.ประกันคุณภาพวัคซีน และติดตามอาการข้างเคียง 4.พัฒนาระบบข้อมูล ช่วยการบริหารจัดการ 5.จัดการองค์ความรู้เพื่อพัฒนาบริการให้วัคซีน ซึ่งจะมีคณะทำงานด้านวัคซีนโดยเฉพาะ

วัคซีนพาสปอร์ต ต่อข้อถามถึงเรื่องของ วัคซีนพาสปอร์ต นั้น นพ.สมศักดิ์ เผยว่า ตรงนี้มีองค์กรของกระทรวงสาธารณสุขที่ชื่อว่า HITAP เป็นองค์กรประเมินเทคโนโลยีทางด้านสาธารณสุข เป็นผู้รับผิดชอบในการศึกษาวิจัยว่า เมื่อฉีดวัคซีนแล้วหากจะเดินทางต่างประเทศต้องตรวจโรคอีกหรือไม่ ฉีดแล้วต้องเดินทางภายในกี่เดือน มีกี่ประเทศรับรอง ขณะนี้ได้มีการร่างโครงการศึกษาวิจัยแล้ว และเบื้องต้นได้มีการหารือร่วมกับ 10 ประเทศในอาเซียนแล้ว คาดว่าในอีก 1-2 เดือน จะมีข้อมูลรายงานออกมาว่าแต่ละประเทศมีข้อกำหนดอะไรบ้าง

 ผลข้างเคียงวัคซีน อีกเรื่องที่ศึกษาคือผลข้างเคียงวัคซีน ซึ่งคณะที่ดูเรื่องผลข้างเคียงกับระบบประสาท โดยสถาบันประสาทวิทยาอยู่แล้ว ส่วนเรื่องประสิทธิผลภูมิคุ้มกันในคนไทย ได้มีการร่วมมือกับโรงเรียนการแพทย์ และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และในส่วนโรงพยาบาลศิริราชจะติดตามดูภูมิคุ้มกันในบุคลากรสาธารณสุขว่า ฉีดแล้วภูมิคุ้มกันเพิ่มเท่าไหร่

ลดวันกักตัว นอกจากนี้ยังมีการศึกษาถึงเรื่องการลดวันกักตัวของผู้เดินทางเข้ามา ตามที่เคยรายงานก่อนหน้านี้ ก็จะพิจารณาว่าคนที่เข้ามาต้องลดกักตัวหรือไม่ รวมถึงการติดตามเชื้อกลายพันธ์ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดย อาจารย์ยง ภู่วรวรรณ จะเป็นผู้ติดตามว่าเปอร์เซ็นเชื้อกลายพันธุ์ในไทยเป็นไปได้มากน้อยแค่ไหน

เครดิตภาพ : ประชาชาติธุรกิจ, ไทยรัฐออนไลน์

//////////////////////////////////////////////////////////////////////////

บทความล่าสุด

หมวดหมู่

TAG

Tag
#1ธันวาคมบอกลาเครื่องแบบ (1) 16 ตุลาคม (1) กระทรวงศึกษาธิการ (1) ข่าวการชุมนุม (1) ข่าวประจำวันนี้ (5) ข่าวล่าสุด (34) ข่าวล่าสุดสังคม (1) ข่าววันนี้ (37) ข่าววันนี้ ประเทศไทย (2) จอมขวัญ (2) ชุดไปรเวท (1) ดิเอโก้ มาราโดน่า (1) ตรวจหวย เลขดัง เลขเด็ด (3) ต้มยำกุ้ง (1) ถามตรงๆ (1) นักเรียนเลว (1) บิณฑ์ (2) ผมยาว (1) ผมยาวนั้นดียังไง (1) ผมยาวรบกวนเพื่อน (1) ภาพความรุ่นแรง (1) มาราโดน่า (1) ม๊อบ (1) รถน้ำ (1) ลุงตู่ (1) สลายการชุมนุม (1) สลายม๊อบ (1) หวย (4) หวยดัง (2) หวยเด็ด (2) หัตถ์พระเจ้า (1) อาหารไทย (1) อาเจนติน่า (1) เครื่องแบบนักเรียน (1) เงินบริจาค 2 ล้าน (2) เปลืองแชมพูพ่อแม่ (1) เยาวชนปลดแอก (1) เลขเด็ด (2) เสี่ยโป้ (2) เสือเตี้ย (1) เสื้อสีชมพู (2) แกงมัสมั่น (1) โควิด (20) โควิด19 (18) โควิด 19 (40)