จะพาไปดูเหตุการณ์นึง เมื่อล่าเกิดอะไรขึ้นระหว่างทางได้คุณ บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ เสี่ยโป้ และ คุณสันธนะ ประยูรรัตน์ เห็นว่าตอนนี้เวลาไปเฝ้ารับเสด็จ ก็ไปด้วยกันนิหน่า

ขอเริ่มต้นอย่างนี้ครับ คุณสันธนะ ประยูรรัตน์ จะมา ยื่นหนังสือที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติขอให้ตรวจสอบ ดาราคนหนึ่งที่เห็นบอกว่าก่อนหน้านี้ มีการให้ เสี่ยโป้ โอนเงินไปให้ 2 ล้านบาทแล้วบอกว่าจะไปซื้อเสื้อสีชมพูของโรงพยาบาลแห่งหนึ่งปรากฏว่าไม่มีการซื้อเกิดขึ้น โดยคุณสันธนะ เขาไม่พูดชื่อตรง ๆ แต่ประเด็นก็คือทุกคนเดาได้ว่า คือคุณ บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์

บิณฑ์ จึงทำการไลฟ์สด ชี้แจง แกบอกว่าเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิด คุณบิณฑ์ ยืนยันว่าเรื่องราวทั้งหมดเนี่ย ก่อนหน้านี้มันมี ที่ไปที่มาจากว่าเคยไปเจอกับทางด้านของ เสี่ยโป้ ก็เห็นว่าเวลารับเสด็จจะสวมเสื้อสีชมพู ก็เลยมีการติดต่อกับโรงพยาบาล ว่าจะจัดทำเสื้อสีชมพูนี้ขึ้นมา ประกอบกับเสี่ยโป้เขาเคยบอกว่าอยากจะจัดทำโครงการมูลนิธิอะไรสักอย่างแล้วก็มีเรื่องของเสื้อ เป็นเสื้อเปล่าๆ ก็เลยคุยกันเรื่องนี้ก็บอกว่าเป็นการทำบุญก็เลยเหมือนกับมีการตกลงร่วมกันเรื่องของการโอนเงิน ทางด้านของเสี่ยโป้เองเขาบอกว่าเขาโอนแต่ก็ยังไม่ได้โอน 

มีอย่างนึงต้องเล่าไปย้อนไปตอนที่เสี่ยโป้เคยพูดเคยให้สัมภาษณ์ ระหว่างที่ตอนนั้นที่ไปไหนมาไหนกับคุณบิณฑ์ ตอนนั้นคนจะบอกว่า เสี่ยโป้ ไปเกาะกระแส พี่บิณฑ์ และเสี่ยโป้พูดคำนึงบอกว่าก่อนหน้า บิณฑ์ขอให้ผมช่วยเรื่องเสื้อชมพูมาเอาเสื้อชมพู 1 แสนตัว 10 ล้านผมก็เลยตอบไปว่าจะช่วย 2 ล้าน ก็นัดเจอพี่บิณฑ์ ที่ห้างก็คุยเรื่องเสื้อแต่วันนั้นมีเรื่องรับเสด็จก่อนซึ่งตอนนั้นไม่มีใครคิดเรื่องเสื้อ แต่เสี่ยโป้ดันหลุดตอนให้สัมภาษณ์ ว่าคุยกันได้คุยกันกับพี่บิณฑ์ โดยได้ให้สัมภาษณ์ไว้ดังนี้ เขา(บิณฑ์)โทรหาผมขอให้ช่วยเรื่องเสื้อชมพูประมาณ 10 ล้านบาท 1 แสนตัวซึ่งผมก็ได้ตอบรับเขาไป

ล่าสุด คุณ บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ เปิดใจว่ายังไม่ได้รับเงินสักบาท คือทางด้านของตัวเอง ให้ติดต่อกับเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาล อีกทีนึง เพราะฉะนั้นเสี่ยโป้เองตอนที่คุยกันเรื่องเงินเขาก็บอกเขายินดีจะช่วยแล้วเรื่องเงินตอนนี้มันก็ยังไม่ได้โอนเพราะเสี่ยโป้ก็บอกว่าติดคดี จะบอกว่ามีตัวแทนของเรื่องที่จะดำเนินการเรื่องเสื้อหลายคน

เสี่ยโป้ก็ยังไม่ได้โอนให้เลยเนี่ยสรุปแล้วเรื่องนี้ไม่มีการโอนเลยวันนี้ผมอยากจะฝากคุณ สันธนะ อันนี้คุณเป็นผู้ใหญ่ ผมพูดเลยนะ ไปเช็คข้อมูลให้ดีแล้วค่อยเอามาพูดเอาจริงๆผมฟ้องกลับได้เลยเพราะคุณ สันธนะ ไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์มาพูด มั่วๆแบบนี้ทำให้ผมเสียหาย 

ยังบอกว่าพอเกิดเหตุการณ์แบบนี้แล้วผมมองเสี่ยโป้ เปลี่ยนไปเลยจากที่เคยชื่นชมตอนนี้ เขาทำตัวมึงไม่ใช่ลูกผู้ชายเขาควรออกมาพูดความจริงถ้าไม่อยากซื้อเสื้อก็บอก ไม่ต้องเกรงใจผมโตขนาดนี้บอกกันตรง ๆ ไม่ใช่ไป ฟ้องผู้ใหญ่

เรื่องทำบุญเสื้อ 20 ล้านบาท ผมก็นึกขึ้นมา ได้ ก็เลยโทรไปหาเสี่ยโป้ บอกน้องว่าตอนนี้ พี่อยาก ทำบุญแจกเสื้อ สมมุติได้นะพี่จะแจกให้ พี่น้องประชาชน เฝ้ารับเสด็จก็ใส่เสื้อสีชมพู รายได้ทั้งหมดให้เข้ากับ ศิริราช ต่อมาพี่นัดเสี่ยโป้คุยกับ คุณนิรันดร เขาขอแค่ 100,000 ตัวแค่ 100 บาท เป็นเงิน 10 ล้านถึงวันพุธที่ต้อง เอาเสื้อออกมาก่อน 20,000 ตัว จะโอนให้ 2 ล้าน วันอาทิตย์จันทร์ ผมก็โทรไปถามศิริราชยังไม่มีใครโอน

พอโทรหาก็บอกว่าตอนนี้ผมไม่สะดวกเดี๋ยวผมจัดการให้แต่วันพุธเดี๋ยวผมโอนให้แน่นอนนะครับพอดีผมมีเรื่องคดีที่ไปยิงอะไรกันในสปา พฤหัสศุกร์ ลองโทรหาใหม่ ก็ไม่ติด – บิณฑ์ กล่าว

วันนี้เสี่ยโป้ ให้สัมภาษณ์ว่า เกิดอะไรขึ้น ได้ไปยืมเงินเพื่อน คุณสันธนะ 2 ล้าน เพื่อมาบริจาคเขาก็เลยถามข้อมูล บอกว่าอ้าวทำไมไปโอนเข้าบัญชีส่วนตัวทำไมเปิดโครงการไม่โอนบัญชีที่ชื่อที่เป็นทางการ ก็เลยเป็นเรื่องเป็นราวไปเข้าใจผิดไป โดยเสี่ยโป้ก็ให้สำภาษณ์ไว้ดังนี้ 

ผมโทรหา รองต่อ (สันธนะ) รองต่อก็ต่อว่า อ้าวแล้วเอาเงินไปบริจาคให้เขาทำไมตรวจสอบหรือยังว่ามันเรื่องจริงหรือเรื่องไม่จริง ผมก็บอกว่าผมไม่ต้องตรวจสอบหรอก ผมก็เคยโอนให้เขา(บิณฑ์)ไปแล้วล้านนึง เขาก็ช่วยเหลือประชาชนไม่ได้มีข่าวเสียหายทั้งนั้น รองต่อเขาบอกว่าไม่เป็นไรเดี๋ยวพี่จัดการให้เอง 2 ล้านแต่พี่ไม่โอนไม่ให้ โป้ นะทีนี้ผมก็เลยบอกว่าไม่เป็นไรพี่จัดการเลยนะ รองต่อก็ ขอเบอร์ บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ 

สรุปคือ เสี่ยโป้ก็ไปหาเงินจากทางด้านเพื่อนของคุณสันธนะ เพื่อจะเอาไปช่วยคุณบิณฑ์ แต่ประเด็นก็คือ ไปสื่อสารกันยังไงจนกระทั่งเข้าใจว่า เพื่อนของคุณสันธนะ ก็อาจยังไม่ได้เงินคืนก็เลย ไปหาคุณสันธนะ ก็เลยคิดว่าเงินทั้งหมดมันโอนไปหาคุณ บิณฑ์ เรียบร้อยแล้ว เลยไปร้องที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ 

เรื่องนี้ ให้แต่ละฝ่ายมา นั่งคุยกันก่อน หรือประชุม 3 สายไปเลยง่ายสุด

One thought on “บิณฑ์ ปฏิเสธ อมเงินบริจาค 2 ล้าน บอก ไม่เคยได้สักบาทจากเสี่ยโป้”

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *